Looks aren't everything. Believe me, I'm a model. | Cameron Russell | TED
TED
0:00 Translator: yamela areesamarn Reviewer:
0:04 Unnawut Leepaisalsuwannaสวัสดีค่ะดิฉันชื่อคาเมรอนรัสเซลและในช่วงเวลาสักพักที่ผ่านมานี้ดิฉันเป็นนางแบบจริงๆเป็นมา
0:26 10ปีแล้วและดิฉันรู้สึกได้ว่าเหมือนจะมีความรู้สึกอึดอัดในห้องประชุมอยู่ขณะนี้เพราะว่าดิฉันไม่ควรจะใส่ชุดนี้มาพูด(เสียงหัวเราะ)แต่โชคดีคะดิฉันเอาชุดมาเปลี่ยนนี่เป็นการเปลี่ยนชุดครั้งแรกบนเวที TEDดิฉันคิดว่าพวกคุณโชคดีทีเดียวที่ได้เห็นถ้าคุณผู้หญิงบางท่านรู้สึกหวั่นใจเมื่อเห็นดิฉันออกมาคุณไม่ต้องบอกตอนนี้หรอกเดี๋ยวดิฉันก็เห็นบนทวิตเตอร์เอง(เสียงหัวเราะ)ดิฉันต้องยํ้าในที่นี้ว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่สามารถเปลี่ยนความคิดของคุณที่มีต่อดิฉันได้ในเวลาสั้นๆเพียง
1:03 10วินาทีไม่ใช่ทุกคนจะทำได้อย่างนี้นะรองเท้าส้นสูงนี่ไม่สบายเลยดีเหมือนกันค่ะที่ดิฉันไม่ต้องใส่มันสิ่งที่แย่ที่สุดก็คือการสวมเสื้อกันหนาวตัวนี้ทางศีรษะเพราะว่าเป็นตอนที่ทุกคนหัวเราะเพราะฉะนั้นคอยจ้องดูดีๆนะคะเอาล่ะแล้วทำไมดิฉันถึงต้องทำอย่างนั้นมันเงอะงะงุ่มง่ามเอาล่ะก็หวังว่ามันไม่งุ่มง่ามเหมือนกับที่เห็นในภาพนั้นนะถึงแม้ภาพพจน์ที่เห็นจะมีพลังแต่มันก็เป็นเรื่องผิวเผินด้วยเหมือนกันแค่หกวินาทีดิฉันได้เปลี่ยนสิ่งที่คุณคิดเกี่ยวกับตัวดิฉันได้ทั้งหมดและในภาพนี้คือจริงๆแล้วดิฉันไม่เคยมีคู่รักเลยในชีวิตจริงดิฉันรู้สึกอึดอัดใจโดยตลอดและช่างภาพก็สั่งให้ดิฉันแอ่นหลังและเอามือใส่ไปในผมของผู้ชายคนนั้นและแน่นอนถ้าไม่นับเรื่องศัลยกรรมหรือผิวสีแทนเทียมที่ดิฉันทำเมื่อสองวันก่อนเพื่อทำงานเราสามารถเปลี่ยนหน้าตารูปร่างของเราได้น้อยมากหน้าตาท่าทางของเราแม้จะผิวเผินและเปลี่ยนแปลงไม่ได้แต่ก็มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตของเราดังนั้นวันนี้สำหรับดิฉันแล้วการไม่กลัวคือความซื่อสัตย์และที่ดิฉันขึ้นเวทีในวันนี้ก็เพราะดิฉันเป็นนางแบบดิฉันขึ้นเวทีนี้ก็เพราะดิฉันเป็นสาวสวยผิวขาวและในงานอาชีพของดิฉันเราเรียกว่าเป็นสาวเซ็กซี่และดิฉันก็กำลังจะตอบคำถามที่คนถามดิฉันอยู่เสมอแม้จะบิดเบี้ยวไปบ้างแต่ก็จริงใจคำถามแรกคือคุณมาเป็นนางแบบได้อย่างไรฉันก็แค่บอกไปเสมอว่า"แมวมองชักชวนมา"แต่นั่นไร้ความหมายเรื่องจริงที่ดิฉันมาเป็นนางแบบก็คือดิฉันโชคดีที่เกิดมาสวยเป็นมรดกตกทอดคุณอาจสงสัยว่ามรดกอะไรก็สองสามศตวรรษที่ผ่านมาเราให้ความหมายของความงามไว้ไม่เพียงแค่สุขภาพดียังสาวและได้สัดส่วนซึ่งเราถูกโปรแกรมทางชีววิทยาไว้ให้เป็นที่ชื่นชอบแต่ยังต้องมีรูปร่างสูงเพรียวมีความเป็นผู้หญิงและผิวขาวและนี่เป็นมรดกที่ได้สร้างดิฉันขึ้นมามันเป็นมรดกที่ฉันได้เอามาหาเงินดิฉันรู้ว่ามีผู้ฟังที่อยู่ณที่นี้ซึ่งคงจะสงสัยในข้อนี้และอาจจะมีผู้ที่อยู่ในวงการแฟชั่นเช่นนาโอมิ,ไทร่า,โจนสมอลส์,หลิวเหว่นก่อนอื่นดิฉันขอยกย่องท่านในความรู้เรื่องการเป็นนางแบบดิฉันประทับใจมาก(เสียงหัวเราะ)แต่โชคไม่ดีที่ดิฉันต้องบอกคุณว่าในปี 2007นิสิตปริญญาเอกมหาวิทยาลัยนิวยอร์คที่เก่งมากๆคนหนึ่งได้นับจำนวนนางแบบทั้งหมดบนเวทีทุกๆคนที่ได้งานเดินแบบและในจำนวนนางแบบ
3:44 677คนที่ได้งานนั้นมีเพียงแค่ 27คนหรือน้อยกว่าสี่เปอร์เซ็นที่ไม่ใช่คนผิวขาวคำถามต่อไปที่คนถามดิฉันอยู่เสมอก็คือ"หนูจะเป็นนางแบบได้ไม๊เมื่อหนูโตขึ้น"คำตอบแรกก็คือ"ฉันไม่ทราบหรอกค่ะเพราะเขาไม่ได้ให้ฉันทำหน้าที่นี้ค่ะ"แต่คำตอบจริงๆที่ดิฉันอยากจะบอกเด็กๆพวกนั้นก็คือ"ทำไมหรือคะ?
4:23 (American Vogue)ก็ได้นะหรือไม่ก็ผู้บริหารของเอชแอนด์เอ็ม
4:25 (H&M)หรือช่างภาพแบบเดียวกับสตีเวนมีเซลคนต่อไปก็ได้นะถ้าพูดว่าโตขึ้นเราอยากเป็นนางแบบก็เหมือนกับพูดว่าต้องการถูกลอตเตอรี่พาวเวอร์บอลคุณบังคับอะไรไม่ได้ถึงมันจะสุดยอดและมันไม่ใช่เส้นทางอาชีพดิฉันจะแสดงให้คุณเห็นเดี๋ยวนี้จากความรู้ด้านการเป็นแบบที่ได้สะสมมานาน 10ปีเพราะไม่เหมือนกับการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจมันสามารถกลั่นกรองให้เห็นได้เลยทันทีเดี๋ยวนี้ถ้าช่างภาพอยู่ตรงนั้นพอดีและมีแสงพอเหมาะพอดีเหมือนกับเอชเอ็มไอที่ดีเมื่อผู้จ้างบอกว่า"คาเมรอนเราต้องการถ่ายรูปขณะเดิน"นั่นก็คือขาข้างนี้ต้องก้าวออกก่อนสวยและยาวเรียวแขนนี้ไปข้างหลังแขนนี้ไปข้างหน้าศีรษะเอียงอยู่ที่สี่สิบห้าองศาแล้วเดินไปกลับรอบนึงทำเพียงเท่านั้นแล้วคุณก็หันกลับไปมองเพื่อนในจินตนาการของคุณ
5:03 300, 400,
5:05 500ครั้ง(เสียงหัวเราะ)ก็จะเป็นเหมือนอย่างนี้(เสียงหัวเราะ)หวังว่าจะดูเงอะงะงุ่มง่ามน้อยกว่าที่อยู่ตรงกลางก็คือดิฉันไม่ทราบว่าอะไรเกิดขึ้นที่นั่นน่าเสียดายนะคะหลังจากที่เราเรียนจบกันแล้วมีใบเรซูเม่และได้ทำงานมาบ้างแล้วคุณพูดอะไรไม่ได้อีกต่อไปดังนั้นถ้าคุณพูดว่าต้องการจะเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯแต่ในเรซูเม่ของคุณเขียนว่า"เป็นนางแบบชุดชั้นในมา 10ปี"คนเขาก็จะมองคุณด้วยสายตาขบขันคำถามต่อไปที่คนถามฉันอยู่เสมอก็คือ"เขาแต่งภาพทั้งหมดนั้นหรือเปล่า"ก็ใช่พวกเขาแต่งภาพทุกภาพอย่างมากๆแต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนประกอบเล็กน้อยของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรูปนี้เป็นรูปแรกสุดที่ฉันได้เคยถ่ายไว้และก็เป็นครั้งแรกสุดที่ดิฉันใส่ชุดว่ายนํ้าบิกินีและตอนนั้นฉันยังไม่มีประจำเดือนเลยฉันทราบดีว่าเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ฉันเป็นเด็กสาวฉันหน้าตาอย่างนี้แหละถ่ายกับยายแค่สองสามเดือนก่อนหน้านั้นนี่คือตัวฉันในวันเดียวกันกับที่ถ่ายภาพนี้ดิฉันต้องพาเพื่อนไปด้วยนี่คือฉันในงานปาร์ตี้ชุดนอนสองสามวันก่อนที่จะเป็นแบบให้กับนิตยสารโวคฝรั่งเศสนี่คือดิฉันกับทีมฟุตบอลและในนิตยสารวีและนี่เป็นตัวฉันปัจจุบันและดิฉันหวังว่าสิ่งที่คุณกำลังเห็นก็คือรูปภาพเหล่านี้ไม่ได้เป็นรูปของดิฉันมันเป็นภาพที่สร้างขึ้นมาเป็นภาพที่สร้างขึ้นมาโดยกลุ่มมืออาชีพช่างทำผมช่างแต่งหน้าและช่างภาพกับนักออกแบบกับผู้ช่วยของเขาทั้งหมดทั้งก่อนและหลังการผลิตพวกเขาสร้างภาพนี้ขึ้นมานั่นไม่ใช่ตัวดิฉันใช่ไม๊ล่ะคะดังนั้นคำถามถัดไปที่คนถามฉันอยู่เสมอก็คือ"คุณได้รับของฟรีใช่ไม๊"จริงฉันได้รองเท้าส้นสูง
6:30 8นิ้วมามากเกินที่ฉันไม่เคยได้ใส่ยกเว้นก่อนหน้านั้นแต่ของฟรีที่ฉันได้รับเป็นของฟรีที่ฉันได้ในชีวิตจริงและนั่นเป็นสิ่งที่เราไม่อยากจะพูดถึงมันฉันเติบโตขึ้นมาในแคมบริดจ์และครั้งหนึ่งดิฉันเข้าไปในร้านขายของแต่ลืมเอาเงินไปและพวกเขาได้ให้ชุดฉันฟรีหนึ่งชุดเมื่อตอนฉันเป็นวัยรุ่นขณะกำลังขับรถอยู่กับเพื่อนที่ขับรถแย่มากๆและขับฝ่าไฟแดงเราถูกสั่งให้จอดข้างทางและสิ่งที่เราก็แค่"ขอโทษค่ะสารวัตร"แล้วเราก็ขับรถต่อไปได้สิ่งที่ดิฉันได้มาทั้งหมดนี้ก็เพราะรูปร่างหน้าตาของดิฉันไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นใครแต่ก็มีคนที่ต้องสูญเสียอะไรไปก็เพราะรูปร่างหน้าตาของเขาไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นใครดิฉันพักอยู่ในกรุงนิวยอร์คเมื่อปีที่แล้วในจำนวนวัยรุ่น 140,000คนที่ถูกสั่งให้หยุดและถูกตรวจค้นร้อยละ
7:12 86เป็นคนผิวดำหรือเชื้อสายลาตินและส่วนมากเป็นคนหนุ่มแต่มีหนุ่มผิวดำและลาตินแค่ 177,000คนเท่านั้นในนิวยอร์คสำหรับพวกเขาแล้วไม่ใช่เป็นเรื่องของ"ผมจะถูกสั่งให้หยุดหรือไม่"แต่เป็นเรื่องของ"ผมจะถูกสั่งให้หยุดกี่ครั้งต่างหาก"หรือ"ผมจะถูกสั่งให้หยุดเมื่อไหร่"ตอนที่ดิฉันค้นคว้าเพื่อมาพูดเรื่องนี้ดิฉันพบว่าเด็กสาววัย
7:28 13ปีในสหรัฐร้อยละ
7:31 53ไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตัวเองตัวเลขเพิ่มเป็นร้อยละ 78เมื่อพวกเขาอายุ
7:35 17ปีคำถามสุดท้ายที่คนถามดิฉันก็คือ"รู้สึกอย่างไรที่เป็นนางแบบ"และดิฉันคิดว่าคำตอบที่พวกเขาต้องการก็คือ"ถ้าคุณผอมลงอีกนิดหนึ่งและคุณมีผมที่เงางามกว่านี้คุณก็จะสุขและเริ่ดอย่างเหลือหลาย"ตอนเราอยู่หลังเวทีเราก็จะให้คำตอบซึ่งอาจจะทำให้มันดูเหมือนเป็นอย่างนั้นเราจะพูดว่า"มันเยี่ยมยอดจริงๆที่ได้เดินทางและมันก็วิเศษมากที่ได้ร่วมงานกับคนที่มีแรงบันดาลใจมีความคิดสร้างสรรค์และกระตือรือร้นสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงแต่มันเป็นเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นเพราะว่าสิ่งที่เราไม่เคยพูดต่อหน้ากล้องสิ่งที่ดิฉันไม่เคยพูดต่อหน้ากล้องก็คือ"ฉันรู้สึกไม่มั่นคง"ดิฉันรู้สึกไม่มั่นคงก็เพราะดิฉันต้องคิดถึงหน้าตาท่าทางของดิฉันทุกวันเวลาและถ้าคุณจะสงสัยว่า"ถ้าฉันมีโคนขาที่ผอมบางกว่านี้และมีผมที่เงางามกว่านี้ฉันจะมีความสุขมากกว่านี้ไม๊คุณก็เพียงแค่ต้องไปพบนางแบบกลุ่มหนึ่งเพราะว่าพวกเธอมีโคนขาที่ผอมบางและมีผมที่เงางามและก็มีเสื้อผ้าที่เจ๋งที่สุดแต่เธอเหล่านั้นเป็นหญิงสาวที่ไม่มั่นคงทางด้านกายภาพเป็นที่สุดเผลอๆเป็นที่สุดของโลกทั้งใบดังนั้นตอนดิฉันเขียนเรื่องที่จะมาพูดนี้ฉันจึงพบว่ายากมากๆที่จะทำให้เกิดความสมดุลย์ได้อย่างสัตย์จริงเพราะว่าด้านหนึ่งดิฉันรู้สึกไม่สบายใจมากๆที่จะออกมาที่นี่และพูดว่า"ดูสิฉันได้รับผลประโยชน์เหล่านี้ทั้งหมดจากความได้เปรียบของฉันและยังรู้สึกไม่สบายใจจริงๆที่จะใช้ความได้เปรียบนั้น"มันไม่ได้ทำให้ฉันมีความสุขได้เสมอไป"แต่สิ่งสำคัญคือยากที่จะแยกแยะมรดกตกทอดทางการกดขี่ทางเพศและเชื้อชาติในเมื่อดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์ก้อนโตที่สุดแต่ดิฉันก็มีความสุขและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ขึ้นมาที่นี่และดิฉันคิดว่าเป็นการดียิ่งที่ได้มาก่อนที่เวลาจะผ่านไปเป็น
9:05 10หรือ 20หรือ
9:07 30ปีและดิฉันจะมีเอเย่นในงานอาชีพมากกว่านี้เพราะว่าเมื่อถึงเวลานั้นดิฉันอาจจะไม่ได้เล่าเรื่องที่ว่าฉันได้งานครั้งแรกอย่างไรหรือดิฉันอาจจะไม่ได้เล่าเรื่องจ่ายค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยได้อย่างไรซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญมากในปัจจุบันนี้ถ้ามีสิ่งที่จะนำไปใช้ได้ในเรื่องที่พูดนี้ดิฉันหวังว่าจะเป็นเราทุกคนรู้สึกที่สบายใจมากขึ้นที่ได้ยอมรับเรื่องพลังของภาพพจน์ต่อความสำเร็จและความล้มเหลวต่างๆที่เรารับรู้มาขอบคุณคะ(เสียงปรบมือ)